หน้าแรก>เครื่องจักรอัตโนมัติสามารถควบคุมและช่วยลดความเสียหาย

     เครื่องจักรอัตโนมัติสามารถควบคุมและช่วยลดความเสียหาย จากการทำงานโดยแรงงานมนุษย์

   ในชีวิตประจำวัน ระบบอัตโนมัติได้เข้ามามีบทบาทในการใช้ชีวิตของมนุษย์เป็นอย่างมาก และยังเป็นระบบการทำงานที่มีแนวโน้มที่จะพัฒนาและเติบโตเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ มีหน้าที่หลักเพื่ออำนวยความสะดวกสบายในการดำเนินชีวิตแก่มนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นระบบตั้งเวลาในเครื่องไมโครเวฟ การใช้รีโมทคอนโทรลสำหรับเปิด-ปิดรถยนต์ หรือตัวจับวัดอุณหภูมิห้องในเครื่องปรับอากาศบางรุ่น เป็นต้น และหากพิจารณาถึงประโยชน์ของเครื่องจักรที่ใช้การทำงานแบบระบบอัตโนมัติ จะเห็นได้ว่าเครื่องจักรอัตโนมัติสามารถควบคุมและช่วยลดความเสียหายจากการทำงานโดยแรงงานมนุษย์ มีการทำงานที่สะดวก ง่ายดายและสามารถผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐาน
เครื่องจักรอัตโนมัติ สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท

1. ระบบเครื่องจักรกึ่งอัตโนมัติ หมายถึง เครื่องจักรที่นำระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาเพื่อช่วยควบคุมการทำงาน หรือเพื่อใช้สำหรับทำงานในบางขั้นตอน ซึ่งระบบเครื่องจักรกึ่งอัตโนมัตินี้จะถูกนำมาใช้สำหรับควบคุมการทำงานบางประเภทที่ต้องการความแม่นยำ ความละเอียด หรืองานที่มีอันตรายสูง ส่วนสำหรับขั้นตอนอื่น ๆ นั้นจะเน้นการทำงานด้วยแรงงานคนเป็นหลัก

ตัวอย่างระบบเครื่องจักรกึ่งอัตโนมัติ

   เครื่องจักรกึ่งอัตโนมัติ ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในกระบวนการผลิตอาหารกระป๋องของโรงงานแห่งหนึ่ง สำหรับควบคุมขั้นตอนการปรุงอาหารให้เป็นระบบการปรุงแบบอัตโนมัติ เนื่องจากก่อนหน้าที่เครื่องจักรจะถูกนำมาใช้งาน ทางโรงงานได้พบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องรสชาติอาหาร คืออาหารของพ่อครัวที่ทางโรงงานได้ทำการจ้างมาทั้งหมด 10 คน มีรสชาติที่แตกต่างกัน โรงงานจึงได้ทำการแก้ไขโดยการแบ่งให้พ่อครัวอยู่ประจำหน่วยปรุงรสทั้ง 5 จำนวนหน่วยละ 2 คน และให้มาช่วยกันปรุงอาหาร แต่ถึงแม้ว่าโรงงานได้กำหนดสูตรส่วนผสมอาหารขึ้นมาแล้วก็ยังพบปัญหาอื่น ๆ ตามมา คือปัญหาเกี่ยวกับปริมาณของอาหารที่ไม่สามารถทำปริมาณเท่ากันในแต่ละวันได้ เนื่องจากความเหนื่อยล้าในการทำงานหน้าเตาของพ่อครัว จากปัญหาเหล่านี้ทางโรงงานจึงได้ตัดสินใจนำเครื่องจักรมาควบคุมระบบการปรุงให้เป็นอัตโนมัติ แต่สำหรับกระบวนการการเคลื่อนย้ายอาหารที่ปรุงสำเร็จไปยังเครื่องบรรจุกระป๋อง โรงงานยังไม่ได้นำเครื่องจักรระบบอัตโนมัติมาใช้ในการบรรจุ จึงยังคงจำเป็นต้องพึ่งแรงงานมนุษย์ในการบรรจุและปิดฝากระป๋อง
2. ระบบเครื่องจักรอัตโนมัติ หมายถึง เครื่องจักรที่นำระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาเพื่อช่วยควบคุมการทำงาน หรือเพื่อใช้สำหรับทำงานในทุกขั้นตอน เหมาะสำหรับงานที่ต้องอาศัยการควบคุมอย่างเต็มที่ในด้านความสะอาดหรือด้านคุณภาพ รวมทั้งเหมาะสำหรับงานที่ต้องใช้อุณหภูมิสูงมากซึ่งเป็นระดับอุณหภูมิที่มนุษย์ไม่สามารถทำงานได้ ตัวอย่างเช่น การทำงานในอุณหภูมิ 100-1000 องศาเซลเซียส เป็นต้น โดยการทำงานของเครื่องจักรอัตโนมัติสามารถทำงานเองได้ เพียงแค่ต้องการมนุษย์ในการดูแลควบคุมระบบและออกคำสั่งเครื่องเท่านั้น
ตัวอย่างระบบเครื่องจักรอัตโนมัติ
   เครื่องจักรอัตโนมัติได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในโรงงานผลิตน้ำอัดลม เนื่องจากน้ำอัดลมเป็นสินค้าที่ต้องผลิตเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังจำเป็นต้องคำนึงถึงเรื่องความสะอาดและคุณภาพสูง เครื่องจักรดังกล่าวจึงได้เข้ามามีบทบาทในทุกขั้นตอนกระบวนการผลิต เริ่มต้นตั้งแต่ขั้นตอนการผสมน้ำ ขั้นตอนการอัดลม ไปจนถึงขั้นตอนการบรรจุใส่ขวดและบรรจุใส่ลัง โดยพนักงานจะเป็นผู้ทำการตรวจสอบและควบคุมเครื่องจักรระหว่างกระบวนการผลิต รวมทั้งทำหน้าที่ขนน้ำอัดลมที่สิ้นสุดกระบวนการผลิตและถูกจัดลงลังเรียบร้อยแล้วไปใส่รถขนส่ง จะเห็นได้ว่าโรงงานผลิตน้ำอัดลมได้ใช้เครื่องจักรอัตโนมัติในกระบวนการผลิตทั้งหมด และใช้แรงงานมนุษย์เพียงแค่ควบคุมเครื่องจักรเท่านั้น

ข้อพิจารณาในการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้

สิ่งที่ต้องพิจารณาสำหรับการเลือกระบบเครื่องจักรมาใช้ในกระบวนการผลิต

  1. เครื่องจักรระบบอัตโนมัตินั้นมีราคาสูงมาก จึงควรพิจารณาถึงความคุ้มค่าก่อนการนำมาใช้ในกระบวนการผลิต
  2. พิจารณาถึงลักษณะของธุรกิจก่อนว่าเหมาะกับการใช้ระบบเครื่องจักรชนิดใด
  3. หากต้องการผลิตสินค้าต่อครั้งเป็นจำนวนมาก และเป็นสินค้าที่มีความหลากหลาย ควรเลือกใช้เครื่องจักรที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ง่ายอย่างเครื่องจักรระบบกึ่งอัตโนมัติ เป็นต้น
  4. ควรพิจารณาถึงผลกระทบของเครื่องจักรที่เกิดขึ้นต่อคุณภาพสินค้า และกระบวนการผลิต
การพัฒนาตนเอง 5 แบบ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลง
   หลังจากที่เราเปลี่ยนมุมองของเราที่มีต่อเครื่องจักรแล้ว มนุษย์เรายังจำเป็นต้องพัฒนาตัวเองเพื่อให้สามารถต่อกรกับการเปลี่ยนแปลงได้ โดยในบทความนี้ ได้แนะนำแนวทาง 5 อย่างเพื่อนไปปรับใช้ ได้แก่
Step up: การก้าวไปอยู่เหนือกว่าเครื่องจักรกล
การก้าวไปอยู่เหนือกว่าเครื่องจักรนั้นเปรียบตัวเองเหมือนการเป็นผู้จัดการที่มีลูกน้องเป็นเครื่องจักรกลนั่นเอง การจะใช้แนวทาง Step up นี้ได้ ต้องพัฒนาตัวเองให้มีความสามารถในการมองในภาพในมุมกว้างอย่างที่เครื่องจักรทำไม่ได้ และต้องมีความรู้เชิงลึกที่สามารถเข้าใจแนวคิดการทำงานของเครื่องจักรได้ดีด้วย เพื่อให้เราเป็นก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าควบคุมดูแลการทำงานของเครื่องจักรได้ สิ่งที่เราต้องการหากเลือกแนวทางนี้คือ เราจะต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมในระดับที่สูงขึ้น เช่นศึกษาต่อในปริญญาโท MBA หรือ PhD เพื่อให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน อีกทั้งยังต้องมีการพัฒนาตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้รู้เท่าทันโลก และมีมุมมองที่กว้างขึ้นในงานที่ทำ Barney Harford CEO ของ Orbits (ซึ่งเป็นบริษัทที่ลดการจ้างงานอย่างมาก โดยการใช้เครื่องจักรมาแทนแรงงานมนุษย์) ได้กล่าวถึงการจ้างงานของเขาว่า เขาต้องการคนที่มีความสามารถแบบ T-Shaped กล่าวคือ คนที่มีความเชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้งในสิ่งที่ตัวเองทำ (เปรียบเหมือนขาของตัว T) และต้องมีความรู้หรือความกระตือรือร้นในแนวกว้างถึงสิ่งที่องค์กรทำและการบริหารจัดการมันได้ (เปรียบเหมือน ขีดด้านบนของตัว T) ซึ่งตรงกับแนวทาง Step up นี้ เขายังกล่าวอีกว่า คนคนนั้นต้องรู้และเข้าใจแนวคิด การทำงานของเครื่องจักรกล สามารถกุมบังเหียน ประมวลผล และใช้ข้อมูลจากเครื่องจักรมาต่อยอดและทำการตัดสินใจได้ตัวอย่างเช่น งาน Brand Manager ที่กำหนดและตัดสินใจการวางกิจกรรมทางการตลาดต่าง ๆ โดยใช้เทคโนโลยีในการรวมรวมข้อมูลมาและประมวลผล หรือ งานนักชีวเคมี ที่ใช้เทคโนโลยีในการคำนวณและรวบรวมสถิติต่าง ๆ เพื่อคิดวิเคราะห์ยาและแนวทางการรักษาใหม่ ๆ เป็นต้น

                     【ติดต่อสอบถาม】

Head Office 
Bangkok Branch
Tel: +66(0)2108-1241

Rayong Branch
Tel: +66(0)3-889-1611

SASITORN
Mobile: +66(0)62-264-2916
Email: contact@siamkanamoto.co.th

เวลาทำการ
วันจันทร์ถึงวันเสาร์
8.30 น. ถึง 17.30 น.
สุดสัปดาห์รับเฉพาะผู้ที่นัดล่วงหน้า

ติดตามข่าวสารอยู่เสมอ

Scroll to Top